Archive for the ‘ความรู้ทั่วไป’ Category

ศาสตร์ธรรมชาติบำบัด…ลดความอ้วน

เพราะไม่อยากให้เพื่อนๆ ลดน้ำหนักด้วยการกินยาลดความอ้วนหรือใช้วิทยาการทาง การแพทย์ เราจึงรวบรวมศาสตร์การลดน้ำหนักแนวธรรมชาติที่เป็นจริงและเห็นผล โดยไม่มีอันตรายต่อสุขภาพมาบอกคะ

- ดลจิตลดความอ้วน

เป็นเทคนิคการลดความอ้วนใหม่ล่าสุด ประยุกต์ศาสตร์ด้านจิตวิทยาและโภชนาการมาควบคุมพฤติกรรมการกินที่ส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพจนทำให้เกิดโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกิน โดยผู้เข้ารับการรักษาต้องตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อน เพื่อวิเคราะห์สาเหตุปัจจัย ที่ทำให้เกิดความอ้วน แล้วก็จะออกรหัสคำสั่งให้ผู้เข้ารับการรักษาท่องจำรหัสที่กำหนดไว้

อย่างคำว่า กินอาหารช้าๆ กินผัก โดยถ้อยคำที่ใช้เป็นรหัสจะต้องไม่เป็นถ้อยคำปฏิเสธ โปรแกรมลดความอ้วนด้วยวิธีดลจิตจะใช้เวลารักษาต่อเนื่องเดือนละ 21 วันและต้องรับการรักษาให้ครบคอร์ส 3 เดือนหรือ 5 เดือน

- หัวเราะบำบัด (ช่วยลดความอ้วน)

มีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันจากอเมริกาว่า ถ้าคุณสามารถหัวเราะวันละนิดจะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมยิ่งเครียดยิ่งกิน ของ คนน้ำหนักเกินส่วนใหญ่ แม้ว่าจะโหมกินยาลดความอ้วน ดูไขมัน อดอาหาร แต่ตราบใดที่ยั งเครียดอยู่ก็ยากที่จะผอมสมใจและมีผลเสียต่อสุขภาพตามมามากมา

แต่เมื่อคุณหัวเราะสารแห่งความสุขออกมา ช่วยให้จิตใสบายขึ้น ปัจจุบันมีชมรมหัวเราะบำบัดเกิดขึ้นกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก ส่วนในเมืองไทยไปร่วมกิจกรรมได้ที่ “โครงการศาสตร์และศิลป์แห่งการหัวเราะบำบัด”ทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 14.00 น. อาคาร 14 ชั้น 2 ห้องโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ไม่เสียค่าใช้จ่าย

- อาหารบำบัด

เน้นการกินให้น้อยลง แต่ไม่ใช้วิธีการอดอาหาร เช่น ในแต่ละมื้อกินให้น้อยลง หรือกินเพียงครึ่งหนึ่งของปริมาณที่เคยกิน สร้างความพึงพอใจในรสชาติของอาหาร

คือ การกินช้าๆ เพื่อให้ซึมซับรสชาติให้มากที่สุด งดอาหารหวานๆ เพราะการกินแป้งและน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้อ้วนได้ แล้วเน้นกินอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผักและผลไม้ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพไปในตัวขณะที่ผอมลง

- ตากแดดลดอ้วน

สาวๆ เคยสังเกตตัวเองไหมคะว่า เรามักจะดูซูบลงเล็กน้อยตอนหน้าร้อน ทั้งที่ไม่ได้อกกำลังกายเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนอาหารที่กินในแต่ละวัน แต่เพราะแสงอาทิตย์ช่วยผลิตฮอร์โมนสองตัวในการเผาผลาญอาหาร นั่นคือวิตามินดี และ Melannocyte Stimulating Hormone (MHS) นั่นเอง เป็นที่รู้กันว่าวิตามินดีช่วยเสริมสร้างกระดูก ซึ่งมีผลต่อ Immune System และการเผาผลาญอาหาร

ส่วน MHS ทำหน้าที่เผาผลาญไขมัน ซึ่งผลิตโดย The Pigment Cells ในชั้นผิวหนังและเซลล์ตัวนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อได้รับแสงอัลตร้าไวโอเล็ตที่ มาพร้อมกับแสงอาทิตย์ แต่เราไม่จำเป็นต้องไปยืนตากแดดให้ตัวดำปี๋ ทุกวันเพราะอยากลดความอ้วน เพราะอาจเป็นมะเร็งผิวหนังได้ แค่ตื่นเช้าหน่อยไปออกกำลังกายรับแสงแดดทุกวัน งดแป้ง ขนมหวาน และกินผักผลไม้เพิ่มขึ้น แค่นี้หุ่นก็ปิ๊งแล้วคะ

- โยคะบำบัดลดความอ้วน

คุณคงเคยได้ยินกันถึงวิธีการฝึกโยคะเพื่อรักษาสุขภาพกันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ และทราบไหมคะว่า การเล่นโยคะนั้นนอกจากจะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อ ช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในต่างๆ และเป็นการฝึกสมาธิแล้ว

สำหรับคนที่มีน้ำหนักเกิน การฝึกโยคะเป็นประจำจะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณได้ใช้พลังงานมากขึ้น แทนการออกกำลังกายแบบแอโรบิคเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกของกระดูกและข้อ ต่างๆ

- ฝังเข็มลดความอ้วน

เป็นศาสตร์การแพทย์แผนจีน ช่วยในการเผาผลาญพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นสะโพก ต้นขา ต้นแขน หรือหน้าท้องเพราะจะช่วยในเรื่องดึงพลังงาน กระตุ้นพลังงานหรือเรียกว่าพลังงานลมปราณ (ชี่) ซึ่งเมื่อพลังงานวิ่ง เลือดลมก็จะวิ่งตาม ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมัน

ใช้เงินอย่างไร กับวัย 20 ต้นๆ

พ้นจากวัยละอ่อนมาสู่โลกกว้างที่หาเงินเลี้ยงตัวเองแล้ว ชีวิตจริงอาจจะโหดร้ายไปนิด แต่เรานำเทคนิคมาฝากให้การเก็บเงินเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกนิด

อย่างแรกเลย…หางานทำ!

•ลงทุนกับเสื้อผ้า รองเท้า และทรงผมงามๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์
•อย่าจ้างคนเขียนเรซูเม่ ลองดาว์นโหลดจากอินเทอร์เน็ตมาเทียบเป็นตัวอย่างดีกว่า

เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว

•ตอนนี้คุณมีรายรับมากกว่าที่เคยมีในชีวิตแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มตาม ดังนั้น อย่าใช้เงินโดยคิดว่าเดี๋ยวค่อยเอาเงินเดือนครั้งถัดไปมาชดเชยแทนเด็ดขาด
•ถ้าต้องย้ายที่อยู่ เตรียมเงินค่ามัดจำไว้ให้พร้อม อ่านข้อตกลงก่อนทำสัญญาเช่าดีๆ
•ประกันภัยรถยนต์อาจจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่เป็นสิ่งจำเป็นมาก และวิธีประหยัดเงินที่ดีที่สุดก็คือการขับรถอย่างระมัดระวังเสมอ

ประหยัดให้ดีๆ

•อย่าซื้อของตามกระแส ให้รอจนราคาตกลงก่อน
•ของหรูหราที่มาทีละนิดก็น่ากลัว กาแฟแก้วละ 40 บาทต่อวัน อาจทำให้เราจ่ายปีละ 14,600 บาทก็ได้นะ
•หนทางสู่การล้มละลายนั้นถูกปูทางด้วย “เงินกู้รายวัน” และการลงทุนที่ดีเกินจริง จำไว้ว่าความรวยนั้นไม่มีทางลัด อยากรวยต้องฉลาดใช้ฉลาดเก็บนะจ๊ะ

เหน็บชา เข้าใจให้ถูก รู้ทันอันตราย

เหน็บชา  เข้าใจให้ถูก รู้ทันอันตราย เมื่ออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะบริเวณแขน และขา เกิดอาการยิบ ๆ ความรู้สึกที่เคยสัมผัสได้จากบริเวณนั้นด้อยหรือหายไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง เรามักจะเรียกอาการเหล่านี้ว่า ‘เหน็บชา’ ซึ่ง นพ.โอภาส นวสิริพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา รพ.บำรุงราษฎร์ กล่าว ไว้ในงาน Brain Explorer รวมทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสมอง ว่า

คนทั่วไปมักจะมีอาการชา ที่ทำให้รู้สึกเหมือนมีเข็มตำเบา ๆ เหมือนถูกไฟฟ้าช็อตอ่อน ๆ จนไม่มีความรู้สึกที่ผิวหนังบริเวณนั้น อย่างนี้ถือว่าเป็น ‘เหน็บชา’ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ชา ได้ตรงตามความหมายทางการแพทย์ ที่ว่า อาการชานั้นเกิดจากเส้นประสาท

ขณะที่บางคนบอกว่า มีอาการชาบริเวณต้นแขน เพราะยกของหนัก นพ.โอภาส บอกว่า แบบนี้เป็นเพราะชาจากกล้ามเนื้อ มิใช่ชาจากเส้นประสาท

สำหรับ ‘เส้นประสาท’ (Nerve) นั้น จะกระจายอยู่ทั่วร่างกาย อยู่ใต้ผิวหนัง คอยรับความรู้สึกที่สัมผัสถูกผิวหนังแล้วส่งเป็นกระแสไฟฟ้าวิ่งไปตามเส้น ประสาทไปยังไขสันหลังก่อนแล้วจึงวิ่งต่อไปที่สมอง

เมื่อผิวหนังบริเวณใดเกิดอาการชา ความรู้สึกบริเวณนั้นจึงลดลงหรือหายไปชั่วขณะ อย่างที่บางคนเคยพบว่า ท่อนขาที่นั่งทับไว้นาน ๆ ไร้ความรู้สึก แม้หยิกด้วยเล็บแรงๆ ก็ไม่รู้สึกเจ็บนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้ ‘มุมสุขภาพ’ เตรียมสาเหตุของอาการชาที่เกิดจากตัวคุณเองมาฝาก โปรดอย่าคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ๆ เพราะมีอาการชาบางกรณีมีความอันตรายมาก!!!.

ที่มา มุมสุขภาพ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

น้ำผึ้งแท้ ดูอย่างไร

  IBCBET  คุณค่าที่เราได้รับจากน้ำผึ้งนั้นมีอยู่มากมาย ทั้งนี้เพราะว่าน้ำผึ้งก็จัดได้ว่าเป็นสมุนไพรไทยที่มีคุณค่าทางยารักษาโรค และอุดมไปด้วคุณค่าทางอาหาร

สำหรับในเมืองไทยน้ำผึ้งที่ดีต้องเป็นน้ำผึ้งเดือนห้า (เดือนมีนาคม – เมษายน) 
เพราะเป็นเดือนที่มีดอกไม้บานเป็นจำนวนมาก และจะไม่มีน้ำฝนปนในน้ำผึ้งเนื่องจากเป็นหน้าแล้งอย่างเพลงที่ร้องว่า “เปรียบเธอเพชรงามน้ำหนึ่ง หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า” นั่นแหล่ะ เนื่องจากน้ำผึ้งแท้เป็นของหายาก จึงมีคนทำน้ำผึ้งปลอมมาหลอกขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่น วิธีการนำน้ำมาใส่ในปี๊บกับน้ำตาลและใส่แบะแซทำขนม ต้มเคี่ยวไฟอ่อนๆ ก็จะได้สีน้ำผึ้ง ถ้าอยากได้นำผึ้งสีดำก็ใช้ไฟแก่เคี่ยว จากนั้นอาจใช้ผลมะตูมอ่อนฝานลงไป มะตูมจะมีกลิ่นออกคล้ายน้ำผึ้ง ถ้าจะให้เหมือนจริงก็นำน้ำผึ้งแท้มาทาปากขวดแล้วนำแม่ผึ้งไปเกาะ เท่านี้ก็หลอกเงินในกระเป๋าผู้ที่พิสมัยรสชาติของน้ำผึ้งได้โดยไม่ยาก

ดังนั้น  IBCBET  ผู้บริโภคควรสังเกตให้ดีก่อนซื้อ สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการรับประทานน้ำผึ้งสามารถพิสูจน์ได้ง่ายๆ จากการดูลักษณะ และการชิม แต่สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยก็มีวิธีดูค่ะว่าน้ำผึ้งแท้ไม่แท้อย่างไร

น้ำผึ้งแท้ๆ ดูอย่างไร

-  เมื่อใช้ไม้จิ้มน้ำผึ้งขึ้นมาจะหยดไหลเป็นสายบางๆ ไม่ขาดสายและจะพบกองเป็นชั้นๆ ก่อนที่จะ
รวมเป็นเนื้อเดียวกัน

-  หยดน้ำผึ้งลงบนกระดาษซับจะกองเป็นหยดอยู่ระยะหนึ่ง ไม่ซึมหายไปเช่นน้ำเชื่อม

-  หยดน้ำผึ้งลงในน้ำ จะกองเป็นก้อนก่อนแล้วจึงค่อยๆ ละลาย

-  โปร่งแสง

-  มดไม่ขึ้น

-  ถ้าอุณหภูมิต่ำน้ำผึ้งจะมีผลึกน้ำตาลกลูโคสตกเป็นเกล็ดเล็กๆ

-  ถ้าหยดน้ำผึ้งลงบนสไลด์แล้วดูด้วยกล้องจุลทัศน์ จะพบละอองเกสรดอกไม้หลายๆ ชนิดเป็น
จำนวนมาก ซึ่งจะมีรูปร่าง ขนาด สีที่แตกต่างออกไป (พบในน้ำผึ้งธรรมชาติที่ไม่ใช่ผึ้งเลี้ยง)

วิธีทดสอบน้ำผึ้งแท้แบบโบราณ

-  หยดน้ำผึ้งลงบนกระดาษมวนยาสูบ ถ้าเป็นน้ำผึ้งจริงจะจับกันเป็นก้อนไม่ดูดซับ ถ้าเป็นน้ำผึ้ง
เทียมจะดูดซึมน้ำหมดทำให้จุดไฟไม่ติด

-  หยดลงในน้ำ ถ้าน้ำผึ้งแท้จะรวมกันอยู่ใต้แก้ว แต่ถ้าน้ำผึ้งเทียมน้ำจะละลายกระจายไม่รวมตัว
กัน   IBCBET 

จำไว้ง่ายๆ ว่า น้ำผึ้งที่ดีดูได้จากความใสบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งสกปรกหรือผึ้งปนอยู่ สี กลิ่น และรสจะมีลักษณะเฉพาะตามแบบของน้ำผึ้ง เช่น ข้น หนืด ไม่มีฟอง ก๊าซ หรือเกิดการแยกชั้นตกผลึก และไม่มีรสเปรี้ยวเลย ใครที่จะซื้อน้ำผึ้งก็นำเคล็ดไม่ลับนี้ไปประกอบการซื้อได้ค่ะ 

4 อาหาร ที่ทำให้หน้าท้องแบนราบ

4 อาหาร ที่ทำให้หน้าท้องแบนราบ 

แคลอรี่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้หน้าท้องเพิ่มหรื อลด แต่อาหารบางอย่างดูจะมีผลต่อไขมันกลางลำตัวของเรามาก กว่า

เมื่อไม่นานมานี้ผู้เชี่ยวชาญจากการศึกษาแบบต่อเนื่องของ Framingham Nutrition รายงานว่าผู้หญิงที่กินน้อยลงไปเกือบ 400 แคลอรี่ ต่อวันแต่เลือกอาหารที่มีสารอาหารน้อยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสองเท่าครึ่งในการมีหน้าท้องให ญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับคนที่กินมากกว่าแต่กินอาหารที่ดีกว่าคุณจึงไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เพียงแต่ต้องรู้จักเลือกอาหารให้มากขึ้น เพื่อปราบหน้าท้องให้อยู่ในที่ในทาง นั่นก็คือ 4 อาหาร ต่อไปนี้ 

 1. ผักและผลไม้ผู้หญิงลดขนาดเอวได้ด้วยการแทนที่อาหารที่เป็นแป้งขั ดขาวและน้ำตาลด้วยคาร์โบไฮเดรตจากผักและผลไม้โดยเฉพาะที่มีสีส้มนี่เป็นการรีวิวจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนนอกเหนือจากเส้นใยอาหารที่ทำให้คุณรู้สึกอิ่มยาวนานก ว่านักวิจัยยังคาดว่าแอนตี้ออกซิแดนท์ อย่างเช่นวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนคือสิ่งที่ช่วยกำจัดไขมันหน ้าท้องออกไปได้

 2. โปรตีนการกินโปรตีนมากขึ้นทำให้คุณอิ่มและเพิ่มพลังงานซึ่งนำไปสู่การลดน้ำหนักโดย รวม และสำหรับคนที่อายุมากกว่า 40จะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้เป็นพิเศษนี่เป็นผลการค้นพบของวิทยาลัยสกิดมอร์และโรงพยาบาลมห าวิทยาลัยโคเปนเฮเกน

แต่งานวิจัยชี้ว่าการกินโปรตีนในปริมาณสูง ๆ อาจทำให้ไตทำงานหนักเพราะอาจทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมได้ ควรตั้งเป้ารับแคลอรี 25 %จากโปรตีน (ถ้าคุณกินวันละ 2,000 แคลอรี่ นั่นก็คือ 500 แคลอรี่จากโปรตีน) และเลือกโปรตีนแบบไร้ไขมัน อย่างเช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำนมไร้ไขมัน ปลาและสัตว์ปีกไร้หนังถั่วเป็นแหล่งที่ดีอีกอย่างหนึ่งแต่อาจมีแคลอรี่ค่อน ข้างสูง

 3. เซเลเนียมนี่เป็นแร่ธาตุที่ช่วยต่อสู้มะเร็ง และเชื่อมโยงกับไขมันหน้าท้องจากการสำรวจคนอเมริกันมากกว่า 8,000 คนคนที่มีระดับเซเลเนียมและแอนตี้ออกซิแดนท์อื่น ๆ ในเลือดน้อยกว่าจะมีรอบเอวที่ใหญ่กว่า เซเลเนียมพบในอาหารหลายชนิดแต่มันอาจยากที่จะรู้ว่าคุณได้รับปริมาณครบตามที่แนะ นำหรือเปล่า (55ไมโครกรัม) เพื่อให้ได้ปริมาณตามต้องการลองกินวิตามินเสริมหรือกินอาหารให้หลากหลาย

 4. ไขมันที่ดีการวิจัยชิ้นหนึ่งของสเปนชี้ให้เห็นว่ามันง่ายกว่าที่จะรักษาความผอมเพรียวด้วยการกินไขมันแบบไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (เช่น น้ำมันมะกอก) และโอเมก้า-3 (ส่วนใหญ่พบในปลาแต่ก็มีในเมล็ดต้นแฟลกซ์ น้ำมันวอลนัตและเต้าหู้) ในขณะที่ไขมันเมก้า-6(มีมากในซีเรียลน้ำมันข้าวโพด และไข่ ) เป็นเหตุให้ไขมันหน้าท้องเพิ่มพูนแต่ไขมันที่ควรกำจัดโดยสิ้นเชิงก็คือ ไขมันทรานส์ที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร

ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยเวกฟอเรสต์ลิงที่กินอาหารแบบที่คนอเมริกาทั่วไปกินเป็นเวลา 6 ปีมีน้ำหนักมากขึ้นเทียบเท่ากับน้ำหนักมนุษย์ 10 ปอนด์ถ้าไขมันที่พวกมันกินคือ ไขมันทรานส์อย่างเดียวเทียบกับพวกที่กินไขมันที่เพิ่มขึ้น 30%นั้นจะเพิ่มขึ้นในส่วนของหน้าท้องด้วย

ความลับใต้วงแขน


ความลับใต้วงแขน 

ใต้วงแขนที่เคยเรียบลื่น แต่เริ่มโตกลับไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อเติบโต อะไรๆ ในร่างกายก็ต้องเปลี่ยนแปลง เหมือนผิวหนังใต้วงแขนเมื่อก่อนเคยเรียบลื่น พอเริ่มโตเป็นหนุ่มสาวไม่ใช่จะมีเพียงรูขุมขนที่ขยายให้เส้นสีดำโผล่ออกมาเท่านั้น แต่บางครั้งยังมีกลิ่นไม่พึงประสงค์แถมมาให้รำคาญใจอีกต่างหาก ถ้าไม่ต้องออกไปพบปะผู้คนภายนอกก็คงไม่กระไร แต่ชีวิตในเมืองทุกวันนี้เลี่ยงได้ซะที่ไหน!!!

นี่จึงเป็นช่องว่างให้เครื่องหอมในรูปโรลออนประชันกันออกมาเป็นตัวเลือก ผ่านการโฆษณาห้ำหั่นกันสุดฤทธิ์ หวังครองใจวัยรุ่นที่เพิ่งพบพานการมีกลิ่นตัว บางคนไม่มีก็หามาใช้ซะก่อน ประมาณว่าเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ แต่เชื่อไหมคะว่า…เจ้าผลิตภัณฑ์ใต้วงแขนเหล่านี้อาจสร้างปัญหาให้เราได้ !!!

เชื่อ…ไม่เชื่อ…ก็น่าจะฟังไว้สักนิด เพราะตอนนี้ รศ.พิมลพรรณ พิทยานุกูล จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลว่า ล่าสุดมีนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทำการวิจัยพบว่า การใช้โรลออนมากๆ จะทำให้เกิดสารตกค้างใต้วงแขนซึ่งมีส่วนไม่มากก็น้อยกับการเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิง รวมถึงผู้ชายก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะในโรลออนซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่ออันเป็นที่มาของกลิ่นตัว จะมีสารอะลูมิเนียมคลอไฮเดรต ซึ่งมีความเข้มข้นถึง 30-50% เป็นส่วนประกอบ และสารตัวนี้จะไปอุดรูขุมขนไม่ให้เหงื่อไหลออกมา เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ จะเกิดเป็นรอยด่างดำที่ใต้วงแขนเพราะการสะสมของสารอะลูมิเนียม

แม้จะใช้แบบไวท์เทนนิ่งก็ไม่ช่วยลดความเสี่ยง เพราะยังมีสารตัวนี้เป็นส่วนประกอบอยู่ดี และจากที่บริเวณใต้วงแขนมีท่อและต่อมต่างๆ เชื่อมต่อกับเต้านมอยู่มาก ทำให้สารตกค้างสามารถไปจับกับดีเอ็นเอของเซลล์ที่เต้านม จนอาจกลายเป็นสาเหตุร่วมทำให้เป็นมะเร็งได้

แม้เรื่องนี้จะเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเพราะสาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งมาจากหลายปัจจัย แต่การใช้โรลออนมากๆ ก็ถือเป็นความเสี่ยงหนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าไม่จำเป็น และยังไม่มีกลิ่นตัวรุนแรงก็น่าจะหาทางออกอื่นๆ ที่เสี่ยงน้อยกว่า

โดย รศ.พิมลพรรณ ได้ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า เนื่องจากกลิ่นตัวมีที่มาจากการหมักหมมของเหงื่อซึ่งเต็มไปด้วยเชื้อจุลินทรีย์ทำให้เกิดกลิ่น เพราะฉะนั้นการดูแลเนื้อตัวให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณใต้วงแขน ก็จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้โดยไม่ต้องใช้โรลออน รวมถึงอาหารที่รับประทานในชีวิตประจำวัน อย่างเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน เนย และเนื้อสัตว์บางชนิด ก็มีส่วนทำให้เกิดกลิ่นตัว ดังนั้นจึงควรดูแลเรื่องอาหารควบคู่กันไป

ถ้ายังอยู่ในอาการไม่มั่นใจจริงๆ ก็ควรพยายามใช้แต่น้อย เพื่อลดการสะสมของสารตกค้าง เหมือนคนที่เลือกใช้สารส้มจะมีโอกาสเสี่ยงน้อยกว่า เพราะสัดส่วนของสารอะลูมิเนียมไม่เข้มข้นเท่าโรลออน 

      ยิ่งอายุยังน้อยแบบเด็กๆ วัยแรกรุ่น ถ้ายังไม่มีกลิ่นที่ชัดเจนก็อย่าเพิ่งรีบใช้ เพราะจะกลายเป็นการเพิ่มอายุการสะสมให้เร็วมากขึ้นโดยไม่จำเป็น และต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า เครื่องสำอางใต้วงแขนกับมะเร็งเต้านมกำลังเป็นหัวข้อวิจัยของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ทำอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว และกำลังทำอยู่ต่อไป